HDPLAYERTHAILAND.COM ทุกเรื่องเกี่ยวกับ Blu-ray, HD Player, Home Theater ค้นหา
ค้นหา เครื่องเล่น
Sponsor ผู้สนับสนุน
 
HD Player
Asus (4)
Buffalo (1)
Cube (5)
DAT@AGE (4)
Dvico (4)
Dune (14)
EGreat (17)
HiMedia (5)
KAKUDOS (6)
MEDE8ER (11)
MINIX (2)
mixi (4)
Measy (1)
NORE (5)
noontec (5)
OKER (3)
Playon (7)
Play Time (1)
Popcorn Hour (6)
Seagate (1)
Western Digital (1)
ViVO (4)
Xtreamer (7)

 

Video Review

Review Tannoy - Mercury V Speaker Set

 

Preview : Onkyo CS-255 Mini Hi-Fi System

 
เช็คสเป็คและราคา :: Blu-ray Player | HD Player | Home Theater Set | Speaker | A/V Receiver
HD Player Thailand > Review HD Player > รีวิว The New CloudHD HDTV Smart Box - เครื่องเดียวครอบจักรวาล ใช้เป็นเครื่องรับดิจิตอลทีวีได้ในตัว
ปริ้นท์หน้านี้ ปริ้นท์หน้านี้  
4 ตุลาคม 2558 | อ่าน 39413 | ตอบ 1
 
123
หน้าถัดไป >>  



Dear Sir
ภาพ

OatState
รีวิว

รีวิว The New CloudHD HDTV Smart Box - เครื่องเดียวครอบจักรวาล ใช้เป็นเครื่องรับดิจิตอลทีวีได้ในตัว

หลังจากที่มีหลายๆ ท่านได้ไถ่ถามกันมาอย่างอุ่นหนาฝาคั่งว่าปัจจุบันนี้มีเครื่องเล่น HD Player ตัวไหนบ้างที่รองรับทั้งการใช้งานเป็นกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 และสามารถใช้เป็นเครื่องเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ภายในตัวเดียวเหมือนกับที่ล่าสุด ได้มีผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายหนึ่งที่ได้เปิดตัวกล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่รองรับการใช้เป็นกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 ได้ในตัวกันไปเมื่อเร็วๆนี้

ซึ่งข้อดีที่พักหลังมานี้ผู้ผลิตหลายรายได้หันมารวมเอาความสามารถและลูกเล่นหลายๆ อย่างของ Android box, HD Player และ DVB-T2 Set-top box มารวมไว้ในเครื่องเดียวกัน จึงทำให้ในแง่ของการใช้งานจริงเราไม่จำเป็นที่จะต้องสลับเครื่องเล่นไปมาให้ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน ยิ่งถ้าทีวีของท่านไหนมีช่องต่อเพียงไม่กี่ช่องก็ยิ่งจะลำบากกันไปใหญ่เลย เพราะเราจะต้องสลับไปมาระหว่างเครื่องเล่นแต่ละเครื่องนั่นเอง
 
The New CloudHD HDTV Smart Box
ราคา
2,990 บาท

"โปรโมชัน พิเศษ! ตอนนี้... แถมฟรี แอร์เมาส์ ทัชแพดคีย์บอร์ด หรือหูฟังบลูทูธ (ที่ร้าน Digilife)"


สำหรับตัวของ The New CloudHD HDTV Smart Box ที่ทางเราได้นำมารีวิวในวันนี้จะมาในรูปแบบของเครื่องเล่น HD Player ที่มาพร้อมกับ DVB-T2 จูเนอร์ในตัว โดยการใช้งานนั้นเราสามารถสลับไปมาได้ทันทีเลยล่ะ

ในส่วนของขุมพลังของ CloudHDTV นั้นจะใช้ Coretex-A5 Quad core 1.5GHz และใช้หน่วยประมวลผลภาพเป็น GPU Quad Core: Mali-450 พร้อมกันนี้ยังได้ติดตั้งแรมขนาดความจุ 1GB DDR3 และให้พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลภายในตัวที่มากถึง 8GB กันเลยทีเดียว

ส่วนสเปคอื่นๆ ของเจ้า CloudHDTV ตัวนี้สามารถดูได้ที่ด้านล่างนี้เลย
The New CloudHD HDTV Smart Box
Chipset Processor: Quad Core Amlogic S805 Cortex-A9
GPU 4 Core Mali-450
Digital TV Tuner Panasonic DVB-T2 (built-in)
RAM SDRAM: 1GB DDR3, Memory Internal: Flash 8GB
Operation System Android KitKat 4.4
Iput & Output Ports Micro SD Slot, USB Type A (x 3), LAN, AV, Optical, HDMI and Other
Communacation Wi-Fi IEEE 802.11b/g/n and Bluetooth
Power Adaptor 5V 2A
Weight 190g
Dimensions 13.8 x 16.6 x 2.8 cm



หลังจากที่ได้เกริ่นถึงจุดเด่นและความสามารถของ CloudHDTV กันไปแบบคร่าวๆ เมื่อครู่นี้แล้ว ก่อนอื่นต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาไล่ดูกันที่งานดีไซน์ของตัวเครื่องเล่นกันสักเล็กน้อย


ตัวกล่องมาพร้อมกับดีไซน์เรียบๆ มีการบอกจุดเด่นของตัวเครื่องเล่นไว้บริเวณรอบๆ ของตัวกล่อง

โดยที่ด้านหน้าของกล่องจะมีการสกรีนคำว่า "The New CloudHD" ไว้แบบตัวเป้งๆ เลย สำหรับโลโก้ที่สามารถชูจุดเด่นของตัวเครื่องเล่นได้นั้นก็เห็นจะเป็นส่วนของโลโก้ Android และ DVB-T2 ที่มีการสกรีนมาให้เห็นอย่างชัดเจนที่ด้านบนกล่อง


เมื่อได้ทำการเปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใส่มาให้ได้ใช้งานคู่กับ CloudHDTV โดยอุปกรณ์ที่แถมมานั้นก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนักเน้นที่การใช้งานเสียมากกว่า

อุปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่ภายในกล่องนั้นจะประกอบไปด้วย

1. อะแดปเตอร์สำหรับจ่ายไฟให้กับตัวเครื่องเล่น จำนวน 1 ชิ้น
2. สายสัญญาณ HDMI จำนวน 1 เส้น
3. รีโมทคอนโทรล จำนวน 1 ชิ้น
4. คู่มือแนะนำการใช้งาน จำนวน 1 เล่ม


มาดูที่หน้าตาของตัวเครื่องจริงกันต่อ ซึ่งวัสดุที่ใช้ขึ้นรูปตัวบอดี้ของ CloudHDTV ทั้งหมดนั้นจะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกอย่างดีทั้งหมด โดยพื้นผิวส่วนใหญ่จะเป็นสีดำและมีลักษณะมันเงา (Glossy) เกือบแทบทั้งหมด


หน้าตาของรีโมทคอนโทรลนั้นก็ยังคงใช้โทนสีดำให้สอดคล้องกับโทนสีของตัวเครื่องเล่น โดยส่วนที่เป็นปุ่มกดจะเป็นแบบ 45 คีย์ รองรับการใช้งานควบคุมดิจิตอลทีวี DVB-T2 และใช้สั่งงานเล่นไฟล์ได้ในตัว



เนื่องจากตัวของเจ้า CloudHDTV ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android ทำให้บางครั้งการนำไปใช้งานจริงที่ควบคุมผ่านทางรีโมทคอนโทรลที่ติดมาให้เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สะดวกมากนัก ทำให้เวลาที่เราจะเลือกซื้อเครื่องเล่นประเภทนี้อาจจะต้องดูส่วนที่เป็นพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์จำพวกเมาส์หรือคีย์บอร์ดเผื่อเอาไว้ด้วย ซึ่งโดยมาตรฐานแล้วควรจะมีอย่างน้อยสัก 3 พอร์ตจะดีที่สุด
 

โดยส่วนที่เป็นพอร์ต USB ที่เอาไว้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกติดตั้งมายังบนตัวของ CloudHDTV นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเลยล่ะ

จากพอร์ต USB ที่แถมมาให้มากถึง 3 พอร์ต ทำให้เวลานำไปใช้งานเราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเมาส์ คีย์บอร์ด และฮาร์ดดิสก์แบบพกพาจากภายนอกได้พอดี โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องสลับหรือดึงอุปกรณ์บางตัวออกเลยแม้แต่นิดเดียว หรือถ้าหากใครใช้เป็นเมาส์และคีย์บอร์ดแบบไรสายก็จะประหยัดพอร์ต USB ลดลงไปอีกหนึ่งพอร์ตเลยก็ว่าได้
 

สำหรับพอร์ตเชื่อต่อที่อยู่ทางด้านหลังนั้นจากภาพด้านบนจะเห็นว่าครบครันมากๆ แต่ส่งที่แปลกตาขึ้นมาก็คงจะเป็นพอร์ตสำหรับต่อเข้ากับสายอากาศรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 ที่อยู่ทางด้านซ้ายของภาพ
 
ตัวของพอร์ตที่ถูกติดตั้งไว้ทางด้านหลังของ CloudHDTV จะประกอบไปด้วย
1. ช่องต่อสัญญาณดิจิตอลทีวี In จำนวน 1 พอร์ต
2. ช่องต่อสัญญาณดิจิตอลทีวี Out จำนวน 1 พอร์ต
3. ช่องต่ออะแดปเตอร์จ่ายไฟ จำนวน 1 พอร์ต
4. ช่องต่อ mini A/V จำนวน 1 พอร์ต
5. ช่องต่อสัญญาณเสียงดิจิตอลแบบ Optical จำนวน 1 พอร์ต
6. ช่องต่อ Enternet LAN 10/100 จำนวน 1 พอร์ต
7. ช่องต่อ HDMI จำนวน 1 พอร์ต
8. ช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 1 พอร์ต
 


เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยสำหรับรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวของเครื่องเล่นตัวนี้ ซึ่งในส่วนของรูปลักษณ์และหน้าตานั้นก็มาในขนาดกะทัดรัดหาที่วางได้ง่าย ทีนี้ก็ต้องขอพาคุณผู้อ่านมายังส่วนของการใช้งานจริงกันต่อเลย มาดูซิว่าเจ้า CloudHDTV นั้นจะมีความแตกต่างกับ Android Box ทั่วไปอย่างไร ถ้าหากพร้อมแล้วไปเริ่มไล่ลงรายละเอียดกันได้เลย


เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกจะพบกับหน้าเมนูหลักหรือ Dashboard ที่มีการจัดเรืยงหน้าแอพพลิเคชันที่ติดมากับตัวเครื่องไว้อย่างเรียบร้อยและดูน่าใช้งาน

โดยที่หน้าเมนู Dashboard จะมีเมนูต่างๆ ที่ประกอบด้วยส่วนของ Home, Apps Center, Smart Apps และ Settings ซึ่งถ้าหากเราลอกกดเข้าไปก็จะพบว่าตัวของไอคอนเมนูต่างๆ จะมีการจัดวางไว้เหมือนกับที่หน้าเมนูหลัก (Home)


ลองเลื่อนมาที่เมนู Apps Center กันสักเล็กน้อย จากภาพด้านบนจะเห็นว่ามีไอคอน Play Store ที่เอาไว้ใช้สำหรับเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่หน้าสนใจใน Google Play นั่นเอง

โดยที่ส่วนของ Apps Center เราสามารถที่จะแบ่งประเภทของแอพพลิเคชันแต่ละตัวที่เราดาวน์โหลดมาใช้งานได้ ซึ่งเบื้องต้นจะมีการแบ่งส่วนที่เป็น My APPs และ Media Player มาไว้ให้ก่อน ทั้งนี้เราสามารถเพิ่มไอคอนของแอพฯ ที่เรามีการใช้งานบ่อยไว้ที่ส่วนนี้ได้อีกด้วย ทำให้สะดวกไม่ต้องเสียเวลาหาเมื่อต้องการใช้งาน


ซึ่งส่วนของ Google Play Store นั้นถ้าได้ทำการใส่ Google Account ไปเรียบร้อยแล้วก็จะมีหน้าตาเช่นนี้ โดยเราสามารถเลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชันมาใช้งานได้ตามใจชอบของผู้ใช้งานได้เลย


ขยับมาอีกนิดจะเป็นส่วนของ Smart Apps ที่จะมีการแสดงรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น ข่าวสั้นประจำวัน และพยากรณ์อากาศ

นอกจากนี้ก็ยังมีแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่เอาไว้ใช้งานคู่กับ Smart Phone ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android ติดมาให้ได้ใช้งานอีกด้วย หรือถ้าหากใช้งานตัวเครื่องเล่นไปสักระยะเวลาหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเครื่องช้าๆ เราก็สามารถใช้งานแอพฯ "Speed Up" เพื่อเคลียร์ค่าแคชต่างๆ ที่เกิดจากการใช้งานด้วยเช่นกัน


เนื่องจากตัวของ CloudHDTV นั้นจะมาพร้อมกับจูนเนอร์ดิจิตอล DVB-T2 ในตัว เราจึงสามารถเลือกให้ตัวเครื่องเลือกเปิดไปที่แอพฯ "DTVPlayer" ได้ทันทีเมื่อกดเปิดตัวเครื่องเล่น หรือจะตั้งให้เปิดหน้าจอเมนูหลักขึ้นมากก่อนเป็นอันดับแรกก็ได้


>> อ่านต่อหน้า 2 คลิ๊ก <<


 
Share |
 
 
 
 
123
หน้าถัดไป >>  

Tags : Cloud HDTV | The New CloudHD HDTV | Smart Box | Android Box | DVB-T2 | Set-top box |


 
   
 
 
 
  This Is CAPTCHA Image
 
 
 
   

ความคิดเห็น
 
 1

ความคิดเห็นที่ 1

สนใจ M8S Plus Android TV Box ครับ
Gigabit Ethernet, Dual-band wifi, CPU 2Ghz, Ram 2 GB
Spec น่าสนใจ ช่วย review ด้วยครับ


โดย: ช่วย review M8S Plus ด้วยครับ เมื่อ: 10/5/2015 11:51:28 AM

 
 1

 
ติดต่อ โฆษณา
Email : hdplayerthailand@gmail.com
ค้นหา Blu-ray, HD Player
Loading
ติดตามข่าว ทุกวัน
Sponsor ผู้สนับสนุน


HD Player

หน้าแรก | รีวิว | เว็บบอร์ด | เช็คสเป็คและราคา | บทความ | ข่าว | รูปภาพ | ติดต่อเรา
ติดต่อโฆษณา Email : hdplayerthailand@gmail.com