HDPLAYERTHAILAND.COM ทุกเรื่องเกี่ยวกับ Blu-ray, HD Player, Home Theater ค้นหา
ค้นหา เครื่องเล่น
Sponsor ผู้สนับสนุน
 
HD Player
Asus (4)
Buffalo (1)
Cube (5)
DAT@AGE (4)
Dvico (4)
Dune (14)
EGreat (17)
HiMedia (5)
KAKUDOS (6)
MEDE8ER (11)
MINIX (2)
mixi (4)
Measy (1)
NORE (5)
noontec (5)
OKER (3)
Playon (7)
Play Time (1)
Popcorn Hour (6)
Seagate (1)
Western Digital (1)
ViVO (4)
Xtreamer (7)

 

Video Review

Review Tannoy - Mercury V Speaker Set

 

Preview : Onkyo CS-255 Mini Hi-Fi System

 
เช็คสเป็คและราคา :: Blu-ray Player | HD Player | Home Theater Set | Speaker | A/V Receiver
HD Player Thailand > บทความ สำหรับมือใหม่ > Basic Home Theater FAQ - เลือกโฮมเธียเตอร์ 5.1 หรือ 7.1 ดี?
ปริ้นท์หน้านี้ ปริ้นท์หน้านี้  
18 มีนาคม 2555 | อ่าน 101162 | ตอบ 5
 
12
หน้าถัดไป >>  



KeNnEtH

ภาพ

ชานม
รีวิว

Basic Home Theater FAQ
เลือกโฮมเธียเตอร์ระบบ 5.1 หรือ 7.1 ดี?


 

ผมเชื่อว่า หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับท่านที่กำลังคิดจะเลือกชุดโฮมเธียเตอร์มาใช้ คือ จะเอาแบบ 5.1 หรือ 7.1 แชนเนลดี? โฮมเธียเตอร์ 5.1, 7.1 คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร? และแบบไหนเหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันมากกว่ากัน? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ

วัตถุประสงค์บทความนี้ เป็นหนึ่งใน "ชุดข้อมูลความรู้โฮมเธียเตอร์เบื้องต้น" สำหรับทุกท่านที่สนใจ หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มสนใจ แต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ให้มีแนวทางประกอบการตัดสินใจในการเลือกโฮมเธียเตอร์สักชุดหนึ่ง

หมายเหตุ: สำหรับท่านที่เพิ่งอ่านบทความในชุด Basic Home Theater FAQ นี้เป็นครั้งแรก แนะนำให้อ่านบทความแรกก่อน คือ Basic Home Theater FAQ - รู้จักกับระบบโฮมเธียเตอร์ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของระบบโฮมเธียเตอร์ รวมถึงความหมายของศัพท์เทคนิคต่างๆ บางคำ ที่มิได้มีการอธิบายซ้ำในบทความนี้ครับ
 

"ตัวเลข 2.0 (Stereo), 2.1, 5.1 หรือ 7.1 คือ อะไร ?"

ตัวเลข 2.0 (Stereo), 2.1, 5.1 และ 7.1 มีที่มาจาก จำนวนช่องสัญญาณเสียงอ้างอิงจากมาตรฐานการบันทึกเสียงของแหล่งโปรแกรม จำนวนช่องสัญญาณเสียงดังกล่าว เมื่อนำมาสร้างความบันเทิงในบ้านพักอาศัย จึงเท่ากับจำนวนของ "แหล่งกำเนิดเสียง" ที่ใช้ในขั้นตอนเล่นกลับ (Playback) หรือในที่นี้ก็คือ ลำโพง (และภาคขยาย) ในระบบโฮมเธียเตอร์นั่นเอง

1 = Front Left, 2 = Front Right, 3 = Center, (.1) = Subwoofer
4
= Surround Left, 5 = Surround Right
6
= Surround Back Left, 7 = Surround Back Right

ความสัมพันธ์ระหว่าง "จำนวนลำโพง" กับ "ช่องเสียง" ของมาตรฐานระบบเสียง
ในภาพเป็นการอ้างอิงมาตรฐานจากหนึ่งในผู้กำหนดระบบเสียงเซอร์ราวด์ของภาพยนตร์ คือ Dolby Digital
 
ยกตัวอย่างจำนวนช่องเสียง จากมาตรฐานการบันทึกเสียงคอนเทนต์ในปัจจุบัน เช่น ซีดีอัลบั้ม จากอุตสาหกรรมเพลง การบันทึกเสียงจะเป็นรูปแบบสเตริโอ (2 แชนเนล) การรับฟังกับซิสเต็มเครื่องเสียง ในทางทฤษฎีเพียงแค่มีลำโพง 1 คู่ ก็สามารถตอบสนองอรรถรสการรับฟังดนตรีจากซีดีเพลงแผ่นนั้นได้อย่างครบถ้วน ในขณะที่มาตรฐานการบันทึกเสียงภาพยนตร์ เป็นรูปแบบเซอร์ราวด์หลายช่องเสียง ที่มีจำนวนมากก็เพื่อผลด้านการสร้างสนามเสียงรายล้อมจากหลายทิศทาง อันเป็นเอ็ฟเฟ็กต์เสียงประกอบที่เป็นเครื่องมือสร้างอารมณ์ร่วม เพื่อดึงผู้รับชม (ฟัง) เข้าสู่เหตุการณ์ในภาพยนตร์ 

ปัจจุบันจำนวนช่องเสียงหลักสำหรับภาพยนตร์ คือ 5 และ 7 แชนเนล (จากการบันทึกเสียงในตามมาตรฐานระบบเสียง Dolby Digital และ DTS) อย่างไรก็ดี ในกรณีของภาพยนตร์จะมีเสียงเอฟเฟ็กต์พิเศษอีกย่านหนึ่งที่ได้รับการมิกซ์เพิ่มเติมเข้ามา แต่มิได้เกี่ยวข้องกับทิศทางของเสียง ทว่ามีหน้าที่เติมเต็มอรรถรส "ย่านเสียงต่ำ" (Low Frequency Effect - LFE) จากเหตุผลที่ช่องเสียงนี้เน้นเฉพาะย่านเสียงต่ำ (<120Hz) มิได้ครอบคลุมตลอดย่าน (Full-range ~20Hz - 20kHz) เหมือนเช่นลำโพงหลัก จึงใช้ตัวเลข ".1" กำกับแทนเลขจำนวนเต็ม แน่นอนว่าอุปกรณ์ที่รับหน้าที่ในการสร้างเสียงเอฟเฟ็กต์ย่านนี้โดยตรงในขั้นตอนเล่นกลับ ก็คือ ลำโพงซับวูฟเฟอร์ (พร้อมภาคขยาย) นั่นเอง

หมายเหตุ: เสียงเอฟเฟ็กต์ ย่านเสียงต่ำ มีความสำคัญมากในการเติมเต็มความสมจริง เช่น เพิ่มความลึก และหนักหน่วงให้กับเสียงระเบิด เสียงไอพ่นเครื่องบิน เสียงไดโนเสาร์กระทืบเท้า เสียงคำรามของรถยนต์ ฯลฯ บางครั้งก็สามารถให้แรงสั่นสะเทือนได้ด้วย
  
ระบบเสียง 5.1 และ 7.1 มีพื้นฐานเดียวกัน คือ เป็นระบบเซอร์ราวด์มัลติแชนเนลทั้งคู่ ต่างกันที่ระบบ 7.1 มีลำโพงเซอร์ราวด์แบ็คเพิ่มเข้ามาอีก 1 คู่ (SBL, SBR) เท่านั้น... แล้วลำโพงเซอร์ราวด์แบ็คนี้มีหน้าที่สำคัญอย่างไร? เดิมทีในระบบ 5.1 นั้น ลำโพงเซอร์ราวด์ (SL, SR) จะรับหน้าที่ในการถ่ายทอดเสียงเอฟเฟ็กต์ที่มีทิศทางจากด้านข้าง ครอบคลุมเลยลึกไปถึงด้านหลังตำแหน่งนั่งฟัง ในการใช้งานปกติ (ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม) เสียงเอฟเฟ็กต์จากลำโพงเซอร์ราวด์อาจตอบสนองการใช้งานได้ดี (ในการสร้างมิติเสียงรายล้อม) แต่บางสภาพแวดล้อม เช่น ในห้องใหญ่ ภาระหน้าที่ของลำโพงเซอร์ราวด์จะหนักมาก จากการพยายามถ่ายทอดเสียงรายล้อมให้ผลครอบคลุมพื้นที่คาดหวังค่อนข้างกว้าง ในขณะที่ระยะของลำโพงจำต้องอยู่ห่างกันมาก ในจุดนี้ลำโพงเพียงคู่เดียวอาจมีศักยภาพไม่เพียงพอ การเพิ่มเติมลำโพงเซอร์ราวด์แบ็ค ที่รับหน้าที่สร้างสนามเสียงเอฟเฟ็ต์ด้านหลังจุดนั่งฟังโดยเฉพาะอีก 1 คู่ จึงเข้ามาเติมเต็มช่องโหว่ตรงนี้ได้ แต่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อผู้ผลิต (ค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์) ทำการบันทึกเสียงสำหรับช่องเสียงเซอร์ราวด์แบ็คนี้ เพื่อให้ผลลัพธ์การรับฟังในขั้นตอนการเล่นกลับสามารถตอบสนองการใช้งานได้สูงสุดดังประสงค์
 

ปัจจุบันนอกจาก 5.1 และ 7.1 ยังมีระบบเสียงเซอร์ราวด์ที่คาบเกี่ยวคั่นกลางอยู่ คือ 6.1 กล่าวคือ เป็นการใช้งานลำโพงเซอร์ราวด์แบ็คเพียงแชนเนลเดียว แต่เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้รับความนิยม จึงไม่ขอกล่าวถึง
(ในอีกนัยหนึ่ง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในระบบ 7.1 ก็สามารถตอบสนองในส่วนของ 6.1 ได้เต็มศักยภาพ)
 

หมายเหตุ: ทางออกอีกวิธีหนึ่ง ที่มักถูกนำมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพของลำโพงเซอร์ราวด์ ในระบบ 5.1 ในการสร้างสนามเสียงรายล้อมครอบคลุมพื้นที่กว้างนอกเหนือจากการใช้ลำโพงเซอร์ราวด์แบ็ค (7.1) คือ การใช้งานลำโพงเซอร์ราวด์แบบ Bipole หรือ Dipole ซึ่งเป็นรูปแบบที่ THX แนะนำ (Dipole) ทั้ง 2 ลักษณะนี้เป็นการออกแบบติดตั้งไดรเวอร์ลำโพงให้มีการยิงเสียงออกไป 2 ทิศทางพร้อมกัน จึงครอบคลุมพื้นที่คาดหวัง ได้กว้างกว่า แต่ลำโพงรูปแบบนี้จะเหมาะกับการรับชมภาพยนตร์ ที่ไม่เน้นการชี้ชัดตำแหน่งทิศทางของเสียงเซอร์ราวด์มากเท่ากับมาตรฐานการฟังเพลงแบบมัลติแชนเนล (เช่น การบันทึกเสียงของ SACD Multi-channel)
 
ส่วนระบบ 2.1 เป็นรูปแบบย่อย ที่แตกแขนงออกมาจากการรับฟังแบบ 2 แชนเนล ถือเป็นรูปแบบที่ใช้ในการเล่นกลับ (Playback) มิใช่มาตรฐานที่ใช้ในการบันทึกเสียง โดยเป็นการนำลำโพงย่านต่ำ หรือ ซับวูฟเฟอร์มาเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบลำโพงหลัก จากเหตุผลที่การบันทึกเสียง 2 แชนเนล เป็นการมิกซ์เสียงแบบเต็มย่าน ตั้งแต่ต่ำยันสูง ลำโพง (และภาคขยาย) ในอุดมคติสำหรับการฟังเพลง 2 แชนเนล จึงควรต้องมีขนาดใหญ่ เพื่อให้การตอบสนองความถี่เสียงครอบคลุมตลอดย่านดังกล่าว การผนวกลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้ามาในระบบ จึงช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานในย่านความถี่ต่ำของลำโพงหลักได้ ผลพลอยได้ที่ตามมา คือ ขนาดลำโพงจะกะทัดรัดมากขึ้น

นอกจากนี้ 2.1 ยังเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถตอบสนองเสียงย่านต่ำจากการรับชมภาพยนตร์ เมื่อทำการ Down mix ระบบเสียง 5.1/7.1 ไปเป็น 2.1 แม้จะยุบจำนวนลำโพงเซอร์ราวด์ลง แต่ซับวูฟเฟอร์จะยังคงรับหน้าที่สำคัญสำหรับเอ็ฟเฟ็กต์ย่านความถี่ต่ำลึก หรือ .1 นี้ได้  อรรถรสหลักในการรับชมภาพยนตร์ก็จะยังอยู่ครบถ้วน เพราะช่องเสียงความถี่ต่ำ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสร้างอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ แต่ผลเสียของระบบ 2.1 ก็มีเช่นกัน คือ เรื่องของความกลมกลืนในการเซ็ตอัพซับวูฟเฟอร์ให้ผสานกับลำโพงหลัก หากจุดนี้ทำได้ไม่ลงตัว จะรู้สึกถึงความแปลกแยกในย่านการตอบสนองความถี่รวมของระบบลำโพง ฟังแล้วมีรอยต่อของเสียงที่ไม่กลมกลืน จึงขาดความเป็นธรรมชาติ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้เราได้ความกลมกลืนนี้ได้ง่ายขึ้นด้วยระบบ Auto Speaker Calibration ที่เป็นระบบตรวจวัดและตั้งค่าลำโพงโฮมเธียเตอร์ต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ (พบได้กับ AVR/Pre Processor ส่วนใหญ่ ในชุดโอมเธียเตอร์แยกชิ้น รวมถึงชุด HTiB บางรุ่น)


 
หมายเหตุ: บางกรณีอาจพบเห็นตัวเลข 2.2, 5.2, 7.2 แชนเนล ฯลฯ .2 คือ จำนวนซับวูฟเฟอร์ที่ใช้ในระบบ (ในที่นี้ คือ 2 ชุด มักกำกับอยู่ที่ AVR) โดยเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้งานระบบเครื่องเสียง และโฮมเธียเตอร์ (ใช้ในขั้นตอนเล่นกลับ มิได้เป็นมาตรฐานในการบันทึกเสียง) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเติมเต็มเสียงย่านความถี่ต่ำ โดยการเพิ่มจำนวนซับวูฟเฟอร์เข้ามาในระบบ (มากกว่า 1 ชุด) 

 
นอกเหนือจากจำนวนลำโพงที่ต้องใช้ในระบบแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง "ตำแหน่งตั้งวางลำโพง" กับ "ตำแหน่งอ้างอิง" ตามมาตรฐานการติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่ควรทราบเช่นเดียวกัน เนื่องจากจะส่งผลถึงศักยภาพในการตอบสนองเสียงเซอร์ราวด์ของระบบลำโพงโดยตรง ตำแหน่งที่ดีที่สุด คือ ตำแหน่งเดียวกับที่ผู้ผลิตใช้อ้างอิง (ในภาพเป็นการอ้างอิงมาตรฐานจากหนึ่งในผู้กำหนดระบบเสียงเซอร์ราวด์ของภาพยนตร์ คือ Dolby Digital)
 
หมายเหตุ: 
- รูปแบบตำแหน่งการวางลำโพงข้างต้น เป็นการอ้างอิงสภาพแวดล้อมแบบสมมาตร ระยะห่างของลำโพงซ้ายกับขวาถึงจุดนั่งฟังมีระยะที่เท่ากัน ซึ่งเป็นการจัดวางลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุดตามอุดมคติ อย่างไรก็ดีในสภาพใช้งานจริงระยะห่างของลำโพงอาจยืดหยุ่นจากนี้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดชดเชยค่ากำหนด (Distances/ Delay Time) อย่างเหมาะสม
- ตัวเลของศา วัดจากแกนอ้างอิงเสมือน คือ แนวเส้นตั้งฉากกับจอภาพ หรือก็คือเส้นตรงที่ลากจากจอภาพไปยังจุดรับชม


 
Share |
 
 
 
12
หน้าถัดไป >>  

Tags : โฮมเธียเตอร์ | มือใหม่ | Basic Home Theater | 5.1 | 7.1 | เซอร์ราวด์ | มัลติแชนเนล |


 
   
 
 
 
  This Is CAPTCHA Image
 
 
 
   

ความคิดเห็น
 
 1

ความคิดเห็นที่ 5

ผมเล่น HD Player แล้ว หนัง เป็น DTS HD (7.1)
AVR ผมถอดได้แค่ DTS 5.1  ทำไมเสียงหนังออก 2 channel ครับ ทำไมไม่ออก 5.1 สรุป ต้องเปลี่ยน AVR หรือเปล่าครับ


โดย: สุพจน์ เมื่อ: 8/28/2014 5:17:10 PM


ความคิดเห็นที่ 4

ขอบคุณครับ


โดย: เอเอ เมื่อ: 12/12/2013 3:25:56 PM


ความคิดเห็นที่ 3

ขอบคุณมากเลยคับที่ให้ความรู้เพิ่มเติม


โดย: Nong เมื่อ: 4/29/2013 11:19:06 AM


ความคิดเห็นที่ 2

ได้ความรู้เยอะมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: หญิง เมื่อ: 2/18/2013 9:47:49 PM


ความคิดเห็นที่ 1

ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลย ขอบคุณครับ ^^


โดย: batigol เมื่อ: 6/18/2012 7:44:05 PM

 
 1

 
ติดต่อ โฆษณา
Email : hdplayerthailand@gmail.com
ค้นหา Blu-ray, HD Player
Loading
ติดตามข่าว ทุกวัน
Sponsor ผู้สนับสนุน


HD Player

หน้าแรก | รีวิว | เว็บบอร์ด | เช็คสเป็คและราคา | บทความ | ข่าว | รูปภาพ | ติดต่อเรา
ติดต่อโฆษณา Email : hdplayerthailand@gmail.com